ทำไมสีรถ (car colors) เงาไม่เท่ากัน
หลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมรถคันเก่าของเรา แม้จะล้างสะอาดแล้ว แต่สีไม่เงางามเท่ารถใหม่ของคนอื่น วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้กัน พร้อมเคล็ดลับการดูแลรองพื้นสีรถให้เงางามเหมือนเดิม
สาเหตุที่ทำให้สีรถไม่เงางามเท่าเดิม
1. การเสื่อมสภาพตามเวลารองพื้นสีรถจะค่อยๆ เสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะการสัมผัสกับแสงแดด ฝน และมลภาวะในอากาศ ซึ่งจะทำให้เคลือบเงาบนผิวสีรถค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ
2. รอยขีดข่วน แม้จะไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่รอยขีดข่วนเล็กๆ บนผิวรถจากการล้างรถที่ไม่ถูกวิธี การใช้ผ้าหยาบ หรือฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนรถ จะทำให้แสงสะท้อนไม่เรียบเนียน ส่งผลให้สีดูไม่เงา
3. การสะสมของคราบมัน คราบสกปรก ไขมัน น้ำมัน ฝุ่นละออง และสารปนเปื้อนต่างๆ จะค่อยๆ สะสมในรูขุมเล็กๆ บนผิวรถ แม้การล้างรถทั่วไปจะช่วยได้ แต่ก็ไม่สามารถกำจดได้หมด
4. การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างรถที่ไม่เหมาะสม เช่น สบู่ซักผ้าหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปอาจมีส่วนผสมที่รุนแรงเกินไป ทำให้เคลือบป้องกันบนผิวรถหลุดลอก
วิธีการดูแลให้รถเงางามเหมือนเดิม
ขั้นตอนการล้างรถที่ถูกต้อง
- ล้างน้ำใส่ก่อน กำจัดฝุ่นละอองหยาบก่อนถูด้วยผ้า
- ใช้แชมพูรถเฉพาะ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์
- ใช้เทคนิค Two-Bucket ถังใส่น้ำสบู่ 1 ถัง และน้ำใสสำหรับล้างผ้า 1 ถัง
- เช็ดจากบนลงล่าง ป้องกันการลากฝุ่นลงมาข้างล่าง
- เช็ดให้แห้งทันที ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือหนังชามัวร์
การขัดเคลือบ
- ขัดเคลือบทุก 3-6 เดือน เพื่อกำจัดรอยขีดข่วนเล็กๆ
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสีรถ (สีเข้มหรือสีอ่อน)
อะไรทำให้รถสีซีด จางและข้อควรหลีกเลี่ยง
สาเหตุจากแสงแดด
หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้
- จอดในที่ร่มเมื่อเป็นไปได้
- ใช้ผ้าคลุมรถคุณภาพดี
- เลือกที่จอดที่ไม่มีแสงแดดส่องโดยตรงทั้งวัน
สาเหตุจากฝน
หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้
- ล้างรถทันทีหลังฝนตก
- เคลือบป้องกันเป็นประจำ
- ตรวจสอบและซ่อมแซมรอยขีดข่วนอย่างสม่ำเสมอ
หากรถ สีซีดจางมากมีรอยขีดข่วนลึกเกิดคราบดื้อรั้งที่กำจัดไม่ออก เคลือบสีลอกเป็นหย่อมๆ
ความแตกต่างระหว่างสีรถที่เงางามและไม่เงางาม ส่วนใหญ่มาจากการสะสมของเวลาและการดูแลที่ไม่ถูกต้อง การเข้าใจสาเหตุและใช้วิธีการดูแลที่เหมาะสม จะช่วยให้รถของคุณกลับมาเงางามได้ใกล้เคียงกับรถใหม่

สุขสันต์ ออโต้เซอร์วิส








