ลดอุณหภูมิในรถ EV ด้วยสีรถยนต์
อุณหภูมิโดยเฉลี่ยกว่า 30 องศาเซลเซียส และในฤดูร้อนสูงถึง 40–43 องศา ส่งผลกระทบต่อคนขับรถไฟฟ้า (EV) จากแสงแดด ทำให้ต้องเปิดแอร์แรง จึงเสี่ยงต่อแบตหมดเร็วมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการพัฒนาสีรถยนต์สะท้อนรังสีอินฟราเรด ที่สวยงาม และช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร
แสงอาทิตย์ที่ตกกระทบตัวรถ ไม่ได้มีแค่แสงที่มองเห็นได้ แต่ประกอบด้วย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลายความถี่ โดยเฉพาะ รังสีอินฟราเรด (Near-Infrared Rays : NIR) เป็นส่วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ทำให้โมเลกุลในชั้นสีรถยนต์เกิดความร้อนสะสม
สี CoolPaint สะท้อนรังสีอินฟราเรด ทำให้เกิดการสะเทือนโมเลกุลในเรซิ่นของสี จนเกิดความร้อน สีรถยนต์รุ่นเก่าจึงไม่ทนต่อแสงแดด ไม่ว่าจะสีดำ ขาว หรือเทา ซึ่งยังคงดูดซับความร้อนเข้าสู่ห้องผู้โดยสารได้
นวัตกรรมสี ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการรถยนต์ อย่าง Nissan เปิดตัวสี CoolPaint ที่ได้พัฒนาร่วมกับ Radi-Cool (บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านสีกันร้อนและรังสี UV)
การพัฒนาโดยใช้วัสดุคอมโพสิตสังเคราะห์ ที่มีคุณสมบัติต่างจากสีรถยนต์ทั่วไป โดย metamaterial ในสี CoolPaint มีอนุภาคโครงสร้าง ระดับไมโครสองชนิดที่ตอบสนองต่อแสง
- สะท้อนรังสีอินฟราเรดในแสงอาทิตย์ ที่ให้เกิดความร้อน
- สร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ต้านทานรังสี เปลี่ยนทิศความร้อน ไม่ให้สะสมเข้ามาในตัวรถและห้องผู้โดยสาร
เมื่อรังสีอินฟราเรดถูกสะท้อนออกไป อุณหภูมิของตัวรถ และภายในห้องโดยสารจึงลดลงตามไปด้วย นอกจากการสะท้อนรังสีอินฟราเรดแล้ว สี CoolPaint ยังช่วยลดการดูดซับความร้อนของตัวรถ ทำให้อุณหภูมิของตัวรถไม่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
รถที่ได้รับการเคลือบสีมีอุณหภูมิผิวภายนอกเย็นกว่าถึง 12 องศาเซลเซียส และภายในห้องโดยสารเย็นกว่าถึง 5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับรถที่ใช้สีทั่วไป
อ้างอิงจากทดสอบ โดยบริษัท Nissan เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมากับรถ Nissan NV100 ที่สนามบินนานาชาติฮาเนดะในโตเกียว)
ทำให้เห็นว่า รถที่จอดกลางแดดเป็นเวลานาน ห้องโดยสารจะเย็นกว่า และใช้เวลาระบายความร้อนด้วยแอร์น้อยลงมาก

ชั้นสีที่ความหนา 120 ไมครอน ที่ใช้ในการทดสอบ หนากว่าสีรถยนต์ทั่วไปประมาณ 6 เท่า และได้รับการยืนยันแล้วว่า ทนทานต่อฤทธิ์กรด (รถที่ต้องใช้งานในพื้นที่ใกล้ทะเล) การแตกลอก รอยขีดข่วน ปฏิกิริยาทางเคมี สีเรียบเนียนสม่ำเสมอและซ่อมสีได้ หากเกิดอุบัติเหตุ
ทำไมอุณหภูมิถึงสำคัญกับรถ EV
รถยนต์ทั่วไป ความร้อนทำให้รู้สึกอึดอัด แต่สำหรับ EV ความร้อนคือจะส่งผลกระทบต่อ “พิสัยการวิ่ง” และ “อายุแบตเตอรี่”
ผลกระทบต่อพิสัยการวิ่ง
แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน มีประสิทธิภาพการจ่ายพลังงานได้ดีในอุณหภูมิระหว่าง 22 – 32 องศาเซลเซียส เมื่ออากาศร้อนจัด ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ของรถ EV ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ อากาศร้อนทำให้ระยะทางการวิ่งหายไปถึง 15% หากอุณหภูมิสูงกว่า 36 องศาเซลเซียส
ประเทศไทยอากาศร้อน รถ EV จะวิ่งได้ระยะทางประมาณ 70–80% ของที่เคลมไว้เท่านั้น หรือ รถที่ควรจะวิ่งได้ 400 กิโลเมตร อาจได้จริงแค่ 280–320 กิโลเมตรเท่านั้น
ผลกระทบต่อแบตเตอรี่
อากาศร้อนทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น และระยะทางวิ่งลดลง เพราะรถยนต์ไฟฟ้า ต้องดึงพลังงานในการระบายความร้อนให้ระบบ และห้องโดยสารมากขึ้น
ทำไมรถไฟฟ้า EV ร้อนกว่ารถน้ำมัน
รถยนต์ไฟฟ้า EV ไม่มีเครื่องยนต์ภายใน เพื่อกระจายความร้อน การช่วยให้แบตเตอรี่เย็นลงจึงเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า หากแบตเตอรี่ร้อนเกินไป จึงส่งผลต่อระยะทางการวิ่งลดลง แม้ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่จะมีประสิทธิภาพสูงในรถยนต์ไฟฟ้า แต่สภาพอากาศที่ร้อนจัด 41–43 องศาเซลเซียส ก็ยังส่งผลต่อโดยตรง
“ความฝันของผม คือ การสร้างรถยนต์ที่เย็นกว่า โดยไม่ต้องใช้พลังงาน นี่สำคัญอย่างยิ่ง ในการใช้รถไฟฟ้า EV ที่ภาระจากการเปิดแอร์ มีผลกระทบต่อระดับประจุ” Dr. Susumu Miura นักวิจัยอาวุโสของ Nissan
สีรถยนต์ทั่วไป จะสะท้อนแสงในช่วงที่มองเห็นได้ แต่รังสี NIR ซึ่งอยู่ในช่วงความยาวคลื่น 700–2,500 นาโนเมตรนั้น สีปกติไม่สามารถสะท้อนได้ พลังงานจะถูกดูดซับ และแปลงเป็นความร้อน ซึ่งค่อยๆ ส่งต่อความร้อนเข้าสู่ตัวถัง และห้องโดยสาร
สุขสันต์ออโต้ เซอร์วิส อู่ซ่อมสีอันดับหนึ่งย่านนวมินทร์ เลือกใช้ สี 2K ที่มีความหนาแน่นของชั้นฟิล์มสูง การยึดเกาะที่แน่น และทนต่อสารเคมีได้เป็นอย่างดี ถ่ายเทความร้อนโดยตรง ชั้นสีที่หนา และเรียบเนียน ช่วยลดการดูดซับรังสี NIR เมื่อเทียบกับสีที่มีชั้นฟิล์มไม่สม่ำเสมอ หรือบาง การพ่นด้วยกาพ่นสี ในการใส่ชั้น clearcoat ทับ ยังช่วยให้สีทนทาน สวยงาม
เลือกอู่ซ่อมสีพรีเมียมที่ใช้สี 2K และสีนกแก้วคุณภาพสูง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการลงทุนในประสิทธิภาพของรถ EV ที่คุณรักในระยะยาว เพราะทุกองศาที่ลดลงบนพื้นผิวรถ คือทุกกิโลเมตรที่เพิ่มขึ้นบนถนน

สุขสันต์ ออโต้เซอร์วิส


